Introduction

<aside> 💡 หลายๆคนจะมองว่างานด้านUIเป็นงานที่ค่อนค่างabstractเเล้วก็ใช้ความรู้สึกในการออกเเบบค่อนค่างเยอะเวลาเราไปคุยกับลูกค้าหรือคนที่เค้าให้โจทย์เรามา เค้าก็พยายามคุยกับเราในลักษณะของความรู้สึก เวลาคนสองคนเอาความรู้สึกมาคุยกัน ความรู้สึกของเรา พอมาเจอกับความรู้สึกของหัวหน้าหรือลูกค้า บ่อยครั้งที่ความรู้สึกของเราจะเเพ้ไง😢 เพราะเราไม่ใช่คนให้โจทย์ไง55+ เเต่ถ้าเราอยากจะชนะ เอาต้องอ้างอิงทฤษฎีหลักวิชาการ พูดเรื่องนั้นให้สามารถอธิบายได้ไม่ใช่ความรู้สึก เพราะฉะนั้นเรามาดูเรื่อง ทฤษฎีด้านUIกัน โดยจะยกตัวอย่างมา3ข้อ ไปดูกันเลยเย้!

</aside>

Untitled

Hick’s Law

Untitled

Untitled

<aside> 💡 กฎของการเลือกของ William Edmund Hick โดยปกติเเล้วเราจะรู้สึกว่าการมีตัวเลือกเยอะๆนั้นเป็นเรื่องที่ดี Userสามาเลือกได้เยอะเนอะ เเต่คุณ Edmund Hick บอกว่าถ้ามีตัวเลือกเยอะเกินเเทนที่คนจะรู้สึกดี กลับกลายเป็นว่า สุดท้ายคนจะไม่เลือกนะ เเล้วของจะเป็นเท่าไหรดี เค้ามีสูตรมาให้เเต่วันนี้เราจะไม่ลงลึกกัน เรามาดูการทดลอกของเค้ากันดีกว่า โดยเค้าได้ทดลองโดยการ ตั้งร้านขายเเยมขึ้นมา เเล้วเค้าตั้งขวดเเยมสองเเบบ โดยเเบบเเรกตั้งเพียง6ขวด(6 types) เเละเเบบที่สองตั้งทั้งหมด24ขวด(24 types) จริงๆเเล้วการที่มีตัวเลือกเยอะคนให้ความสนใจเยอะคนซื้อก็น่าจะเยอะตามใช่ไหมครับ เเต่กลายเป็นว่าคนให้ความสนใจเยอะก็จริงเเต่ยอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้นขนาดนั้นครับ คนสนใจ 60% กลับมียอดขายเพียง3% เเต่เเบบแรกที่Choiceน้อยคนสนใจน้อยกลับกลายเป็นว่า ยอดขายกลับมากถึง30% มันกลายเป็นว่าสิ่งที่เราตั้งสมมุติฐานนั้น More Choice→ More Attention →More Buyer มันผิด❌ จิงๆเเล้วChoiceมันทำให้ใช้เวลาในการตัดสินใจน้อยด้วยต่างหาก

</aside>

Untitled

                                   (Person =ความเร็วในการตัดสินใจของเเต่ละบุคคลนั้นๆ )

<aside> 💡 จากรูปคือยิ่ง Choiceเยอะยิ่งใช้เวลาเยอะไปด้วยเเต่พอมันเยอะถึงจุดนึ่งเนี่ยเวลาในการตัดสินใจจะไม่ค่อยเพิ่มละ… เเปลว่าอะไรนะ แปลว่าUser ไม่อยากจะตัดสินใจละปวดหัวๆ ตัดใจไม่ซื้อเลยดีกว่า555+

</aside>

เเล้วมันมีเวลามาตรฐานในการตัดสินใจของคนไหมว่าใช้เวลาตัดสินใจกี่วินาทีหรือกี่นาที?

<aside> 💡 จริงๆเเล้วมันไม่มีเวลาตายตัวเนอะ ขึ้นอยู่กับ Choiceที่เค้าเลือกนั้นมีความสำคัญกับกับเค้าเเค่ไหน ต่อให้Choiceน้อยเเต่ถ้ามันเกี่ยวกับความเป็นความตายนั้น ต่อให้Choiceน้อย เค้าก็ใช้เวลานานอยู่ดี เเต่ถ้ามันเป็นตัวเลือกที่ไม่สำคัญยกตัวอย่างเช่นe commerce ที่ไม่ใช่ของสำคัญราถาถูกคนเค้าปัดทิ้ง อย่างไวเลย เพราะฉะนั้น E -commerce อย่าทำChoiceเยอะน้าา

</aside>

เเล้วHick’s Law สามารถใช้กับอย่างอื่นได้ไหมเช่นการเลือกชมContentต่างๆ?

<aside> 💡 ใช้ได้หมดเลยครับ ตัวอย่างเช่นจะหาอะไรดูในNetflix กว่าจะเลือกได้นี่ใช้เวลานานเลยเพราะChoiceมันเยอะใช่มะ เเต่ถ้าNetflixเค้ามีPartคัดของมาให้เราเเล้วละเช่น Top10ในไทย มันทำให้เราเลือกง่ายขึ้นอะ เค้าจำกัดChoiceให้มันน้อยลงสังเกตุว่าถึงเราจะ Chioce เยอะเเต่มันยังพอมีวิธีอยู่นะ✌️

</aside>

เเล้วถ้าจำเป็นจะต้องมีChoice เยอะมากๆ(อย่างเช่นพวกE-commerce)เเล้วเราจะมีวิธีการอย่างไรบ้างเพื่อที่จะเพื่อเปอร์เซ็นการตัดสินใจเลือกซื้อของUsersให้มากขึ้น?

<aside> 💡 มีหลายเทคนิคเลยที่จะทำให้เค้าเลือกของได้จากจำนวนของที่มีเยอะมีวิธีไหนบ้างไปดูกัน

</aside>

Untitled